บรรยายโดย  อาจารย์ ดร.ภูรี  สิรสุนทร   
 
หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค (ศ.211)
ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2549
     
รหัสวิชา  EC211 ชื่อวิชา  หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค จำนวน   3   หน่วยกิต

ผศ.ดร. เกรียงไกร เตชกานนท์ ห้องทำงาน   วจ. 247 e-mail: krieng@econ.tu.ac.th
อ.ดร. ภูรี    สิรสุนทร
(ผู้ประสานงาน)
ห้องทำงาน   วจ. 239 e-mail: puree.sirasoontorn@econ.tu.ac.th
อ. ศันสนีย์   ลิ้มพงษ์ ห้องทำงาน   วจ. 245  e-mail: sansanee@econ.tu.ac.th
     
เวลาเรียน
ศูนย์รังสิต
Section 07/00 พุธ, ศุกร์      เวลา 9.30 - 11.00 น.
Section 09/00 พุธ, ศุกร์     เวลา 13.30 - 15.00 น.
 
             
คำอธิบายวิชา หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค    
3 หน่วยกิต

            ศึกษาถึงความหมายและหลักทั่วไปของเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยมูลค่า ราคา และการจัดสรรทรัพยากร ทฤษฎีเบื้องต้นเกี่ยวกับ พฤติกรรม ผู้บริโภคและพฤติกรรมการผลิต   โดยเน้นปัจจัยต่างๆ ที่กำหนดอุปสงค์และอุปทานของสินค้า    ศึกษาการกำหนดราคา และประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรในตลาดที่มีการแข่งขันสมบูรณ์ และตลาดผูกขาด ทฤษฎีเบื้องต้นเกี่ยวกับตลาดปัจจัย แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับความล้มเหลวของตลาด

วัตถุประสงค์ของวิชา

 

            วัตถุประสงค์ของวิชา ศ.211 คือ การให้นักศึกษามีความรู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีที่สำคัญในการศึกษาเศรษฐศาสตร์ จุลภาค เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ต่อในวิชาระดับสูงขึ้น โดยเน้นการศึกษาที่ตัวทฤษฎีต่างๆ เป็นสำคัญ และให้นักศึกษา สามารถนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้งานกับวิชาที่นักศึกษามีความสนใจ การเรียนการสอนเน้นการบรรยายจากผู้สอน และการแสดงความคิดเห็น ในกรณี ที่มีตัวอย่างประกอบ รวมถึงการให้แบบฝึกหัดเพื่อให้นักศึกษามีความเข้าใจมากขึ้น ทั้งนี้นักศึกษาควรอ่านตำรา และเอกสารประกอบ คำบรรยายก่อนเข้าฟังการบรรยายในหัวข้อนั้นๆ

 

กำหนดวันเวลาที่สำคัญ

1.  เปิดภาคการศึกษา                     6 พฤศจิกายน 2549
2.  ช่วงถอนลักษณะวิชาโดยได้รับ "w" 8-15  มกราคม 2550
3.  วันสุดท้ายของภาคการศึกษา        
26 กุมภาพันธ์ 2550
4.  วันสอบกลางภาค อาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2549 (14.30 -17.30 น.)  
5.  วันสอบไล่ปลายภาค  จันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 (13.00 - 16.00 น.)
 

การวัดผล  แบ่งออกได้ดังนี้

           - สอบกลางภาคการศึกษา  (คะแนน 50% ของคะแนนรวม)
           - สอบไล่เมื่อสิ้นภาคการศึกษา (คะแนน 50% ของคะแนนรวม)
 

หนังสืออ่านประกอบ

                รายชื่อหนังสือและเอกสารต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของตำราเศรษฐศาสตร์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่นักศึกษา จะไปค้นคว้าอ่านเพิ่มเติมได้ ในการค้นคว้า นักศึกษาควรอ่านจากตำรามากกว่า 1 เล่ม เพื่อการเปรียบเทียบ  การค้นเนื้อเรื่อง ที่ต้องการ ให้ดูจากสารบัญ (contents) หรือจากดัชนี (index) ที่มีอยู่ในหนังสือแต่ละเล่ม ในส่วนของเอกสารประกอบคำบรรยายนั้น นักศึกษาทุกคนควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาที่เรียนได้ดียิ่งขึ้น

 

ตำราภาษาไทย  (เรียงตามลำดับอักษรชื่อผู้แต่ง)

ภราดร  ปรีดาศักดิ์, หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค, พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2549.***

นราทิพย์  ชุติวงศ์,  หลักเศรษฐศาสตร์ I :  จุลเศรษฐศาสตร์   คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540**

วันรักษ์  มิ่งมณีนาคิน,  หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค, พิมพ์ครั้งที่ 18 (แก้ไขปรับปรุง), สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2548**

สุกัญญา  นิธังกร และหงษ์ฟ้า ทรัพย์บุญเรือง หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาคเชิงฝึกฝน, สำนักพิมพ์ มธ., 2540

พรพิมล  สันติมณีรัตน์   เศรษฐศาสตร์จุลภาค, พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์  มธ., 2545

 

ตำราภาษาอังกฤษ  วิชานี้ใช้เฉพาะส่วนที่เป็นเศรษฐศาสตร์จุลภาค เท่านั้น

Lipsey, Richard G., Peter O.Steiner and Douglas D.Purvis, Economics  12th ed., Harper International Edition,   Harper & Row Publishers, 1999 **

Mankiw, N.G., Principles of Economics, 3rd ed., Harcourt Brace, 2004. **

Pashigian, B.P.,Price Theory and Applications, McGraw-Hill, 1995.

Pindyck, R.S. and Rubinfeld, D.L., Microeconomics, 6th ed., Prentice Hall, 2005.

หมายเหตุ  สามารถใช้หนังสือที่มี edition ใกล้เคียงกับที่กำหนดได้ เนื่องจากเนื้อหาไม่แตกต่างกันมากนัก

 
รายละเอียดหัวข้อการศึกษา

1. บทนำ                           

(2 ครั้ง)
1.1
คำนิยามของวิชาเศรษฐศาสตร์

- เศรษฐทรัพย์ (Economic goods)         - สินค้าไร้ราคา (Free goods)

1.2
วิธีการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์
- วิธีการวิทยาศาสตร์ :Inductive method, Deductive method
- วิธีทางประวัติศาสตร์
1.3
ความหมาย องค์ประกอบ และการทดสอบความถูกต้องของ “ทฤษฎี”
1.4
ความแตกต่างระหว่าง Positive Economics และ Normative Economics
1.5
เครื่องมือการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ : สมการ และรูปกราฟ
1.6
ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
1.7

ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี แบบวางแผน และแบบผสม : ลักษณะสำคัญ และการแก้ปัญหาพื้นฐาน
ทางเศรษฐกิจของแต่ละระบบเศรษฐกิจ

1.8
เส้นเป็นไปได้ในการผลิต (Production Possibility Curve - PPC)
  1.8.1 ความหมายและข้อสมมติที่สำคัญของเส้นเป็นไปได้ในการผลิต
  1.8.2 ความหมายและความสัมพันธ์ของความมีอยู่จำกัดของทรัพยากร (Scarcity) 
  การเลือก (Choice) ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity cost) และ PPC
  หนังสืออ่านประกอบ
- นราทิพย์ บทที่ 1 - วันรักษ์ บทที่ 1     - ภราดร บทที่ 1
- Lipsey Chapter 1 - Mankiw Chapter 1  
 
2. อุปสงค์ อุปทาน ดุลยภาพ และการประยุกต์               
(6 ครั้ง)

(Demand, Supply, Equilibrium and Application)

 
2.1
ความหมายและองค์ประกอบของตลาด
2.2
อุปสงค์ (Demand)
2.2.1 ความหมายของอุปสงค์ ความแตกต่างระหว่างความต้องการในอุปสงค์ (Demand) กับความต้องการ
ในความหมายทั่วไป (Wants)
2.2.2 กฎแห่งอุปสงค์ (Law of Demand)
2.2.3 อุปสงค์ของบุคคล กับอุปสงค์ของตลาด (Individual demand และ Market demand)
2.2.4 ปัจจัยกำหนดอุปสงค์ (Demand determinants)
2.2.5 ความหมายและสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงปริมาณซื้อ (Change in quantity demanded) และการเปลี่ยนแปลงเส้นอุปสงค์ทั้งเส้น(Shift in demand curve)
2.3
อุปทาน (Supply)
  2.3.1 ความหมายของอุปทาน
  2.3.2 กฎแห่งอุปทาน (Law of Supply)
  2.3.3 อุปทานของหน่วยผลิตและอุปทานของตลาด
  2.3.4 ปัจจัยกำหนดอุปทาน
 

2.3.5 ความหมายและสาเหตุการเปลี่ยนแปลงปริมาณขาย (Change in quantity supplied) และการเปลี่ยนแปลง
เส้นอุปทานทั้งเส้น (Shift in supply curve )

2.4
การกำหนดราคาโดยอุปสงค์และอุปทานของตลาด (ในตลาดที่มีการแข่งขัน)
  2.4.1 ความหมายของดุลยภาพตลาด (Market Equilibrium)
  2.4.2 กระบวนการปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพโดยอัตโนมัติ
  2.4.3 ความหมายและสาเหตุการเปลี่ยนแปลงดุลยภาพ
  2.4.4 การเปลี่ยนแปลงดุลยภาพเชิงสถิต (Comparative static equilibrium)
 

2.4.5 ส่วนเกินผู้บริโภคและส่วนเกินผู้ผลิต (Consumer’s Surplus and Producer’s Surplus)     

2.5

 ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand) และความยืดหยุ่นของอุปทาน (Elasticity of Supply)

  2.5.1 ความหมายและวิธีการวัดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ทั้ง 3 ประเภท
         - ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Price elasticity)
        - ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ (Income elasticity)
          - ความยืดหยุ่นไขว้ (Cross elasticity)
  2.5.2 ความหมายของค่าและเครื่องหมายของความยืดหยุ่นของอุปสงค์แต่ละชนิด
  2.5.3 ตัวกำหนดค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา
  2.5.4 ความสัมพันธ์ระหว่างความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคากับรายรับรวมของผู้ขาย
  2.5.5 ความหมายและวิธีการวัดความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา
  2.5.6 ความหมายของค่าและเครื่องหมายของความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา
  2.5.7 ตัวกำหนดค่าความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา
2.6
ตัวอย่างการประยุกต์ (ในตลาดที่มีการแข่งขัน)
  2.6.1 การกำหนดราคาขั้นสูง (Ceiling price) และจุดมุ่งหมาย
         - ผลของการกำหนดราคาขั้นสูงที่มีต่อราคาและปริมาณที่ซื้อและขาย
         - ปัญหาที่เกิดจากการกำหนดราคาขั้นสูง : ตลาดมืดและราคาที่ผู้ซื้อจ่าย
         - การใช้มาตรการเสริม : การปันส่วน
  2.6.2 การกำหนดราคาขั้นต่ำ (Floor price)
 

       - ผลของการกำหนดราคาขั้นต่ำ : กรณีสินค้าเกษตรที่เส้นอุปทานเป็นกรณีทั่วไป และเน้นที่อุปทานเป็นกรณี Perfectly  Inelastic :

 
  - มาตรการ ก. การรับซื้อผลผลิตส่วนเกิน
   - มาตรการ ข. การให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ผลิต
       - เปรียบเทียบผลการใช้มาตรการ ก และ ข ในประเด็น :-
 
- ราคาซื้อ ราคาขาย ราคาที่รัฐต้องจ่าย
- ปริมาณซื้อขายของเอกชนและรัฐบาล
- รายจ่ายของผู้ซื้อและรัฐบาล รายรับของผู้ขาย
       - ความยืดหยุ่นของอุปสงค์กับการกำหนดราคาขั้นต่ำ
  2.6.3 การเก็บภาษี
         - ความหมายและผลต่อเส้นอุปสงค์ และอุปทาน ของการเก็บภาษีแบบต่างๆ :-
 
- การเก็บภาษีต่อหน่วย (Specific tax)
- การเก็บภาษีตามมูลค่า (Ad Valorem tax)
 
 

       - วิเคราะห์ผลของการเก็บภาษีแบบ Specific tax ต่อ ราคา ปริมาณขาย   ภาระภาษีผลของการเก็บภาษีกับ ความยืดหยุ่น ของอุปสงค์และอุปทาน ต่อรายรับภาษีของรัฐ  และภาระภาษีที่ตกกับผู้ซื้อและผู้ขาย

 

       - วิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างผลของการจัดเก็บภาษีกับผู้ผลิต กับการจัดเก็บภาษีกับผู้บริโภค

  2.6.4 การให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ผลิตหรือผู้ขายทุกราย
  หนังสืออ่านประกอบ
 
- นราทิพย์ บทที่ 2, 3 - วันรักษ์ บทที่ 2, 3

- ภราดร บทที่ 2

- Lipsey Chapter 4, 5, 6 - Mankiw Chapter 4, 5, 6 - Samuelson Chapter 3, 4
 
3. พฤติกรรมผู้บริโภค                              
(5 ครั้ง)
3.1
ความแตกต่างของทฤษฎีอรรถประโยชน์ และการวิเคราะห์ด้วยเส้นความพอใจเท่ากัน
3.2
ทฤษฎีอรรถประโยชน์ (Utility Theory)
  3.2.1 ความหมายของอรรถประโยชน์ (Utility), อรรถประโยชน์ รวม (Total Utility-TU)และอรรถ ประโยชน์
ส่วนเพิ่ม (Marginal Utility -MU)
  3.2.2 กฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม
  3.2.3 ความสัมพันธ์ระหว่าง TU และ MU
  3.2.4 ดุลยภาพของผู้บริโภค (Consumer equilibrium) : วิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีอรรถประโยชน์
 
- ความหมายของดุลยภาพ
- กระบวนการการปรับตัวและเงื่อนไขดุลยภาพ
- สาเหตุและการเปลี่ยนแปลงดุลยภาพ
  3.2.5 การสร้างเส้นอุปสงค์ของบุคคลจากทฤษฎีอรรถประโยชน์
3.3
การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคด้วยเส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference Curve - IC)
3.3.1 เส้นความพอใจเท่ากัน
 
ความหมายและข้อสมมติของเส้นความพอใจเท่ากัน
คุณสมบัติของเส้นความพอใจเท่ากัน

- ค่าความชันของเส้น IC ความหมายและอัตราการทดแทนส่วนเพิ่ม (Marginal Rate of Substitution - MRS)

- การลดน้อยถอยลงของ MRS
- ลักษณะของเส้นความพอใจเท่ากันในกรณีของ good, bad และ neuter
  3.3.2 เส้นงบประมาณ (Budget Line)
 
- ความหมายและลักษณะของเส้นงบประมาณ
- ค่าความชันของเส้นงบประมาณ : ราคาสัมพัทธ์ของสินค้า

- การเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณ : การเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า และการเปลี่ยนแปลง งบประมาณ รายจ่าย

  3.3.3 ดุลยภาพของผู้บริโภค : วิเคราะห์โดยใช้เส้น IC
 
- ความหมายของดุลยภาพ
- กระบวนการปรับตัวและเงื่อนไขดุลยภาพ
- สาเหตุและการเปลี่ยนแปลงดุลยภาพ
 

3.3.4 แนวคิดของ “ผลการทดแทน” (Substitution effects) และ “ผลทางรายได้” (Income  effects) 

  3.3.5 การสร้างเส้นอุปสงค์ของบุคคลจากเส้นความพอใจเท่ากัน
  3.3.6 ความหมายของ Price Consumption Curve และความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา
  3.3.7 ความหมายของ Income Consumption Curve กับความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้   และ Engel Curve
  หนังสืออ่านประกอบ
 
- นราทิพย์ บทที่ 4 - วันรักษ์ บทที่ 4 - ภราดร บทที่ 3
- Lipsey Chapter 6, 7 - Mankiw Chapter 21  
 
4. การผลิตและต้นทุน : ระยะสั้น                         
(3 ครั้ง)
4.1
หน่วยผลิต ฟังก์ชั่นการผลิตและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์
4.1.1 หน่วยผลิต : ความหมาย ประเภท และจุดมุ่งหมาย
  4.1.2 ฟังก์ชั่นการผลิตและปัจจัยการผลิต
  4.1.3 ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ : ความหมายและประเภท
4.2
 การผลิตระยะสั้น
 

4.2.1 ความหมายและความสัมพันธ์ระหว่างผลผลิตรวม ผลผลิตเฉลี่ยและผลผลิตส่วนเพิ่ม

  4.2.2 Law of Diminishing Returns
  4.2.3 Stages of Production
4.3
ต้นทุนการผลิตระยะสั้น
         - ความหมาย ประเภทและความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนรวม  ต้นทุนเฉลี่ย และต้นทุนส่วนเพิ่ม
4.4
ความสัมพันธ์ระหว่างการผลิตระยะสั้นกับต้นทุนการผลิตระยะสั้น
   
  หนังสืออ่านประกอบ
 
- นราทิพย์ บทที่ 5,6 - วันรักษ์ บทที่ 5,6 - ภราดร บทที่ 4
- Lipsey Chapter 8 - Mankiw Chapter 13 - Pashigian Chapter 5,6
 
5. การผลิตและต้นทุน : ระยะยาว                                
(4 ครั้ง)
5.1
การวิเคราะห์การผลิตระยะยาวโดยใช้เส้นผลผลิตเท่ากัน และเส้นต้นทุนเท่ากัน
5.1.1 ความหมาย ข้อสมมุติ และคุณสมบัติบางประการของเส้นผลผลิตเท่ากัน (Isoquant)
5.1.2 อัตราการทดแทนระหว่างปัจจัยส่วนเพิ่ม (Marginal rate of technical substitution -MRTS)
5.1.3 เส้นต้นทุนเท่ากัน (Isocost line)
- ความหมายและลักษณะ
- สาเหตุการเปลี่ยนตำแหน่งของเส้นต้นทุนเท่ากัน
5.1.4 การใช้ปัจจัยที่เสียต้นทุนต่ำสุด (Least Cost Combination)
- ความหมาย
- เงื่อนไข
- เส้นแนวขยายการผลิต (Expansion path)

5.1.5 ความสัมพันธ์ระหว่างผลผลิตกับปัจจัย : Returns to scale

5.2
เส้นต้นทุนระยะยาวประเภทต่าง ๆ

5.2.1 ความหมาย และลักษณะของเส้นต้นทุนระยะยาว

5.2.2 Least Cost Combination กับเส้นต้นทุนระยะยาว

5.2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างเส้นต้นทุนระยะสั้นและเส้นต้นทุนระยะยาว (ขนาดของโรงงานที่เหมาะสม และที่ดีที่สุดในระยะยาว)

5.2.4 การประหยัดและไม่ประหยัดจากการขยายขนาดการผลิต (Economies of scale และ diseconomies of  scale)

หนังสืออ่านประกอบ
- นราทิพย์ บทที่ 5,6 - วันรักษ์ บทที่ 5,6 - ภราดร บทที่ 4
- Pashigian Chapter 5,6 - Pindych & Rubinfeld Chapter 6,7
 
6. ตลาดสินค้า        
(7 ครั้ง)
6.1
ภาพรวมและเกณฑ์การจำแนกตลาดประเภทต่างๆ โครงสร้างตลาดประเภทต่างๆ
6.2

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ (Competitive market)

  6.2.1 ลักษณะตลาดแข่งขันสมบูรณ์
  6.2.2  รายรับรวม  รายรับเฉลี่ย รายรับส่วนเพิ่มของหน่วยผลิต
  6.2.3  เส้นอุปสงค์ที่หน่วยผลิตเผชิญ
  6.2.4  ดุลยภาพระยะสั้นของหน่วยผลิต  (กำไรหรือขาดทุน)
 
- วิเคราะห์โดยใช้เส้นรายรับรวมกับเส้นต้นทุนรวม
- วิเคราะห์โดยใช้เส้นรายรับส่วนเพิ่มกับเส้นต้นทุนเพิ่ม

6.2.5 เส้นอุปทานระยะสั้นของหน่วยผลิต และอุปทานตลาด

  6.2.6 ดุลยภาพระยะยาวของหน่วยผลิต (กรณีต้นทุนผลิตคงที่)
6.3
ตลาดผูกขาดสมบูรณ์ (Monopoly)
6.3.1 ลักษณะของตลาดผูกขาดและสาเหตุของการผูกขาด
6.3.2 เส้นอุปสงค์ เส้นรายรับเฉลี่ยและเส้นรายรับเพิ่ม
6.3.3 ดุลยภาพของหน่วยผลิต  (กำไรหรือขาดทุน)
- ระยะสั้น                

- ระยะยาว

  6.3.4 การผูกขาดที่มีการควบคุม (Regulated Monopoly)
            - เปรียบเทียบการตั้งราคาแบบเท่าทุน แบบอุดมคติ และแบบผูกขาดสมบูรณ์
  6.3.5 เปรียบเทียบดุลยภาพตลาดแข่งขันสมบูรณ์กับตลาดผูกขาดสมบูรณ์
6.4
ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด (Monopolistic Competition)  
  6.4.1 ลักษณะของตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
6.5
ตลาดที่มีผู้ขายน้อยราย (Oligopoly)
  6.5.1 ลักษณะของตลาดที่มีผู้ขายน้อยราย
   
  หนังสืออ่านประกอบ
 
- นราทิพย์ บทที่ 7,8,9 - วันรักษ์ บทที่ 7,8,9,10 - ภราดร บทที่ 5
- Lipsey Chapter 10,11 - Mankiw Chapter 14,15  
 
7. ตลาดปัจจัยการผลิต
(1.5 ครั้ง)
7.1
แนวคิดและวิธีการวิเคราะห์อุปสงค์ต่อปัจจัยการผลิตของหน่วยผลิต
7.1.1 กรณีตลาดสินค้าและตลาดปัจจัยมีการแข่งขันสมบูรณ์
  7.1.2 กรณีตลาดสินค้าผูกขาด แต่ตลาดปัจจัยมีการแข่งขันสมบูรณ์
 
  หนังสืออ่านประกอบ
 
- นราทิพย์ บทที่ 10 - วันรักษ์ บทที่ 11 - ภราดร บทที่ 6
- Lipsey Chapter 15 - Mankiw Chapter 18  
 
8. ความล้มเหลวของระบบตลาด 
(1.5 ครั้ง)
8.1
ความหมายและการเกิดความล้มเหลวของระบบตลาด
8.2
สาเหตุของความล้มเหลวของตลาด (อธิบายแนวคิด)
  8.2.1 การมีอำนาจผูกขาด (Monopoly Power)
  8.2.2 สินค้าสาธารณะ (Public Goods)
8.2.3 ผลกระทบภายนอก (Externalities)
  8.2.4 ความไม่สมมาตรของสารสนเทศ (Asymmetric Information)
8.3
ผลที่เกิดขึ้นจาดความล้มเหลวของตลาด
   
  หนังสืออ่านประกอบ
 
- Pindyck & Rubinfeld  Chapter 16-18